A O M 的个人资料[~>_<] . . . ช้ า น มั น...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
[~>_<] . . . ช้ า น มั น ก้ แ ค่ ` ไ อ้ เ ด็ ก ขี้ ง อ ล ล` ~ ชิ ส์ ! ! ! . . ....¤`เมื่อความจริงฉันมีก็เพียงหัวใจ หลอกตัวเองว่าคงดีพอ...ให้เธอฝากชีวิตไว้ แต่ที่สุดแล้วมันช่างดูเลือนลาง... ``¤...
4月7日 เรื่องตื่นเต้น กะ วันเสาร์วุ่นวาย ~~~ เช้าวันเสาร์ - - อยากจะบอกว่าเช้าจริงๆ
เพราะว่ายังไม่ 6 โมงเช้าเลย แม่ก็เดินขึ้นมาบนห้อง
พร้อมกับเอ่ยปากถามว่า ออม -- หนูกรงเล็กมีกี่ตัวน่ะ
ด้วยความงัวเงีย ออมก็ถามแม่ว่า กรงเล็กไหน กรงม่วงเหรอ?
มี 2 ตัวนะ แม่ก็บอกว่า หนูมันหลุดออกมา!!!~
กรี๊ด!!!~ ว่าไงนะ หนูหลุด!!!
ใครว่าออมตกใจล่ะ ออมแค่รู้สึกว่า เอ๊ะ เอ๋... นี่เราคงกำลังจะ
ฝันไปล่ะมั้ง หนูจะหลุดออกมาได้ไง แต่นะ ภาพแม่ที่บอกว่า
หนูหลุดก็ยังไม่หายไป อ้าว เอ๊ะ.. - -*
ตกลงมันเปนเรื่องจริงรึนี่? อ้าว เหยย ไม่ใช่ความฝันหรอกเรอะ
พอได้สติปุ๊บ ออมก็รีบวิ่ง ตึกๆๆๆ ลงมาข้างล่างทันที
แง... ตรงไปที่กรงหนู โอ้ววว~~~ ว่างเปล่า!!!
พบแต่ความว่างเปล่า T^T...
จาทำไงล่ะเนี่ย ก็เลยต้องเอาไฟฉายออกตามหาหนู
กะแม่กันทั่วบ้าน ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกซึ้งใจแม่มากมาย
เพราะแม่เป็นคนที่กลัวหนูมาก แต่แม่ก็ยังช่วยออมตามหาหนู
อย่างไม่ลดละความพยายาม แม่ยังคอยเอาไฟฉายส่อง
ตามมุม ตามซอกต่างๆ ทั้งที่ออมเกือบจะถอดใจไปแล้ว
ปากแม่ก็เล่าว่า แม่ตื่นเช้ามา จานั่งกินกาแฟ
เท้าก็ไปเหยีบเอาอะไรก็ไม่รู้ ที่มันนิ่มๆเย็นๆ หยึย!!!~
แล้วแม่ก็ทำท่าทางแบบเดียวกะเราที่เวลายี้หนอน!!
คือแม่ไม่ชอบหนูไง แล้วตอนแรกแม่ก็เข้าใจว่า เอ๊ะ แมลงสาบ
รึเปล่านะ เพราะมันเป็นหนูสีดำๆไง แต่แม่ก็แบบสงสัยว่า
แมลงสาบไรเนี่ย ทำไมตัวมันใหญ่จังง่ะ
ว่าแล้วแม่ก็ตระหนักได้ว่ามันคือหนูดำ แม่ก็วิ่งไปที่กรง
โอ้ว ไร้ร่องรอยของหนูน้อย แม่รีบไปตามพ่อมาทันที ไปตาม
พ่อมาจับหนูดำ แล้วพ่อก็โดนหนูดำงับ แล้วมันก้ดิ้นหลุด
และวิ่งหนีหายไป แม่จึงไปตามออมที่หลับอยู่
คือแบบว่า อันที่จริง เหมือนเพิ่งได้นอนเลย คือคุยโทรสับช่ายมะ
แล้วก็หลับคาโทรสับไปทั้งคู่เลย ทั้งที่ออมตั้งใจไว้ว่า
จาดูเทปที่ลิเวอร์พูลชนะไอลด์โฮลเฟนตอนตี 1 ครึ่งซ๊ากกะหน่อย
แต่ก็กลายเปนว่า หลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ ได้ยินเสียงพี่รงค์ตอน
ตี 3 ครึ่ง เรียก ออมๆๆ พี่ไปนอนก่อนนะ ...
อ้าว เฮ้ยย!!~ สะดุ้งตื่น งงครับ คือหลับไปทั้งคู่ใช่ป้ะ
แล้วพี่สะดุ้งตื่นช่ายมะ ไม่ใช่ออมปล่อยให้พี่พูดคนเดียว
อยู่ตั้งนานสองนานช่ายมะ เหอๆๆ ออมหลับคาโทรสับอีกแย้ววว T^T~*
ก็เลยนะ เหมือนเพิ่งจานอนไป แม่มาปลุก ก้เลยออกตามล่าหาหนูกัน
ตอนแรกก้หาตู้ใต้ทีวี ที่แม่บอกหนูมันดิ้นหลุดจากมือพ่อแล้ว
มุดไปใต้นั้น ก้หาอยู่พักนึง แต่ก้ไร้วี่แววอะ ก้เลยพยายามหาตรงมุมมืดๆ
แต่ก้เหมือนเดิม คือไร้วี่แวว แล้วออมก้เลยมายืนเอ๋อๆอยู่แถวๆ
ทีวีอีกรอบ และแล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งที่ 1 ก็เกิดขึ้น
เมื่อหนูน้อย โผล่ตัวออกมาให้เหนแว๊บๆ กรี๊ดๆ เจอแย้วว
ออมสบตากะหนู และเดินย่องๆเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า ในใจก้นะ
ภาวนาขออย่าให้มันวิ่งเล้ยยย มันก้มองนะ แล้วก้เดินนะ แต่ว่าดีหน่อย
ที่เปนการเดินแบบช้าๆ แล้วออมก้ไม่รอช้าครับ เข้าไปตะครุบหนูน้อยทันที!!
555+ เสร็จหนูออมแว้ววว เย่ๆๆๆๆๆๆ
แล้วหนูดำเบอร์ 1 ก็ลงถัง pop corn ไปเปนที่เรียบร้อย
((คือเปนที่อยู่ชั่วคราวก่อนส่งกลับเข้ากรงน่ะ คล้ายๆกับสถานกักกันนักโทษ
คือมีไว้เพื่อขังเดี่ยวหนูที่ทำผิดให้สำนึกตนน่ะ!!!~))
และทีนี้ ออมก็เริ่มดำเนินการ หาหนูดำเบอร์ 2 ต่อไป
ออมพยายามกลับไปหาหลังบ้าน เพราะเหมือนได้ยินเสียงตะกุยๆ
แต่ก็ไร้วี่แวว ออกไปหานอกบ้านตรงที่พ่อต้มน้ำ เพราะคิดว่า
มันอาจหลุดออกไปตอนพ่อเปิดประตู แต่ก็ว่างเปล่า
ด้วยความปลงตกก็เดินกลับมาหน้าบ้าน และแล้ว...
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเรื่องที่ 2 ก็เกิดขึ้น เหวอ!!~
หนูดำคลานอยู่บนคอมออม กรี๊ด เจอแว้วๆๆๆ ทั้งที่ในใจก็สงสัยว่า
จากกรงที่มันหลุดกะโต๊ะคอมนี่แบบอยู่คนละมุมบ้าน
แถมโต๊ะคอมก็สูง แล้วมันปีนขึ้นมาได้ไงหว่า ก้รีบเข้าไปตะครุบัมนทันที
และจะพาไปยังสถานกักกันนักโทษ
และแล้ว ความจริงที่ปรากฏก็คือว่า
ในสถานกักกันมันว่างเปล่า อ้าว เฮ้ย หนูบนคอม
ก็คือไอ้ตัวที่ถูกจับก่อนหน้านี้แหละ แล้วๆๆๆ ...
แล้วมันหลุดออกมาได้ไงเนี่ย??
ทำไมหนูบ้านช้านมันซ่างี้ฟระ???
... เวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกินแล้ว ไร้วี่แววของหนูน้อยอีกตัวนึง
ออมพยายามทุกวิถีทาง ก็ยังเงียบ ไร้เงา เริ่มปลง เริ่มเศร้า
พยายามทำใจไปเรียบร้อย ก็ถึงกับมานั่งพัก พ่อก้มานั่งคุยด้วย
ย่าก็ถามว่า หาอะไรกัน นกเหรอ?? ((เวงกรำ นกหายในบ้านเนี่ยนะ??))
พ่อก็ตอบ หาหนูครับ หนูแฮมน่ะ ย่าก็อ่อ หาหนู แล้วก็มองๆไปที่กรงใหญ่
ซึ่งหนูๆที่เหลือวิ่งวุ่นกรีดกร๊าด ส่งเสียงร้องกันใหญ่
แล้วอยู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งที่ 3 ก็เกิดขึ้น
- - มันบินได้มั้ย??? นี่คือคำถามที่หลุดมาจากปากของย่า
ทำเอาออมและพ่อที่กาลังตกอยู่ในภาวะเครียดๆ
ต้องยอมขอเวลานอก เพื่อหันมาสบตากันแล้วปล่อยก๊ากลั่นบ้าน!!
โอ้ว ฮาได้ใจดีมั่ก จริงๆนะ ถามมาได้ไงเนี่ย
หนูมันบินได้มั้ย?? ออมล่ะงง - - *
แล้วระหว่างที่เริ่มหยุดฮา และกลับสู่ภาวะซึมเศร้าอีกครั้งนั้น
สายตาออม ก็เหลือบไปเหนหนูดำ กรี๊ดๆๆๆๆๆ คราวนี้ไม่มี
รีรอแล้ว สบตามัน 2 - 3 ครั้ง ก้จู่โจมทันที ตะครุบหมับๆๆ
แล้วก็ส่งเข้าสู่สถานกักกันนักโทษอย่างรวดเร็ว
แล้วออม ก็เย่ๆๆๆ ลั่นบ้านเลย ดีใจที่สุดอะ
ที่แบบว่าหนูดำปลอดภัยทั้งคู่เลย ดีใจมากมายๆๆๆๆ
ที่จับได้ เพราะถ้าไม่งั้น หนูน้อยจะเปนยังไง
จะหาอาหารกินเองได้มั้ย แล้วจะกินน้ำที่ไหน
แล้วถ้าหลุดออกไปนอกบ้าน ต้องตายแน่ๆ ต้องถูกหนูบ้านกัด
ไม่ก็หมาแมวแถวนี้ หนูดำต้องไม่รอดแน่ เป็นห่วงที่สุดอะ
ถึงหนูดำทั้ง 2 จะไม่ใช่หนูตัวโปรดแบบเก้นกะหนูใหม่เบอร์ 1 ก็เถอะนะ
แต่พอหนูดำหายไปอย่างงี้ รู้มั้ยว่าเปนห่วงขนาดไหน T^T
น้ำตาคลอเลย รักหนูดำนะ รักหนูดำๆๆๆๆ
จบเรื่องหนูดำ ออมก็โล่งใจ นอนไม่หลับเลย
ก็เลยลุกไปตลาดกะแม่ ระหว่างเดินทางก็ยังพูดๆๆๆไม่หยุดเลย
พูดกะแม่น่ะ แบบว่า ความรุสึกตื่นเต้นตอนจับหนูตัวที่ 2 ได้
ยังฝังใจอยู่ เหอๆๆ ฮาจริงๆเลย แต่ก้ดีใจนะ
ก็ซื้อของๆๆ ซื้อผัก ซื้อกับข้าว มีแอบส่งตาหวาน
ให้พ่อค้าขายเต้าหู้กะปลาทอด 555+
ก็นะ เค้าก้อายุรุ่นราวคราวเดียวก่าเรานี่ล่ะ แต่เค้าคงเปน
รุ่นพี่ กรั้กๆๆ แล้วก้แอบนึกถึงหน้าใครบางคน
ที่ถ้ารู้ว่าออมแอบส่งตาหวานให้คนอื่น
คงจาแอบแยกเขี้ยวสินะ อิ อิ สะใจ^^"
กลับมาบ้าน นั่งกินน้ำเต้าหู้ กะปาท่องโก๋
แล้วก็หนมจีน นั่งดูการ์ตูน แล้วก็นะ เล่าให้แม่ฟังเรื่อง
หนูบินได้มั้ยของย่า มีพ่อช่วยผสมโรงด้วย
กลายเปนเรื่องตลกประจำวันไปเรียบร้อยละ
พ่อมีเสริมอะ แบบว่า ถ้าหนูบินได้ ป่านนี้พ่อจาเพาะขายไป
นานแล้วล่ะ ออมก้ต่อว่า ใช่ๆ คงต้องได้เงินเยอะแน่ๆ
หนูบินได้!!!! 555+
จากนั้นชีวิตก็กลับเข้าสู่โหมดเฉื่อยชา
แบบว่า นั่งออนเอ็ม ดูการ์ตูน คุยก่าไอ้ผู้ใหญ่ขี้หึง!!~
แล้วก็เล่นกะหนู นั่งฟังเพลง บ้าบอคอแตก
ชีวิตไร้สาระมากมาย อยากออกไปเที่ยวแฮะ
แต่ก็นะ อากาศร้อนๆ อยู่บ้านแหละ ดีละ
ตอนนี้ก็นะ จาบ่าย 3 ละ ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเร้ยย
แบบว่า แอบนึกถึงใครบางคนนิดหน่อย ที่หายๆไป
ตัวจริงก็อยู่ตรงนี้ อยู่ซะเต็มหัวใจขนาดนี้
แล้วทำไมยังต้องไปนึกถึงใครคนอื่นอีกนะ เค้าคนนั้น
ก็เปนได้แค่สายลมเท่านั้นล่ะ สายลม... ที่พัดผ่านมา
แล้วก็พัดผ่านไป ให้เพียงความเย็นสบายชั่วครั้งคราว
แต่ไม่สามารถที่จะหยุดอยู่ตรงนี้ได้ตลอดไป
เพราะว่า ... ที่ตรงนี้ มีเจ้าของอยู่ก่อนแล้วล่ะ
เจ้าของที่เป็นผู้ใหญ่บ้าบอขี้หึง ชอบทำเสียงดุ กะแอบ
ทำหน้ายักษ์ใส่ เวลาพูดถึงคนอื่น ชิส์ๆๆๆ
คิดถึงแล้วหมั่นไส้เปงบร้า คนไรม่ายรุ คิดมากชิบเป๋งเลย - -*
เฮ่อ... ปวกท้องแล้วอ่า~...
สงสัยต้องไปกิงข้าวแล้วล่ะ หึหึ
ข้าวเที่ยงตอนบ่าย 3 ทีนี้ ไม่เปนโรคกระเพาะก็ให้มันรุไป
มีอย่างที่ไหน กินข้าวตรงเวลาซะ!! สมควร!!! สมน้ำหน้า!!!
ไปล่ะๆๆ ไม่ไหวละๆๆ ปวดท้องมั่กมาย
บ๊าย บาย นะคร๊า...
4月6日 เพราะความแตกต่าง ~* [ช่วยตบหน้าคนเลวๆอย่างฉันให้มันสำนึกทีเถอะเธอ!!]มีเธอทั้งคนข้างๆอย่างนี้
แต่ใจของฉันก็ยังไม่รักดี ยังหลบยังหนีไปปันให้ใครทุกวัน เธอ เธอไม่เคยมองใครที่ไหน มีแค่ฉันที่เลวที่นอกใจ ที่ปล่อยเธอไว้ไม่แคร์ว่าเธอสำคัญ แล้ววันนี้ วันที่เห็นน้ำตาเธอไหล
ก็ได้รู้ว่าเธอปวดใจมาแสนนาน มันละอายที่ทำร้ายเธอไปวันๆ ทำคนที่รักให้ทรมานอย่างตั้งใจ ช่วยตบหน้าฉันแรงๆสักทีเถอะที่รัก ช่วยปลุกฉันสักครั้ง ให้ตาสว่าง ว่าเธอเป็นใคร ช่วยตบหน้าคนเลวๆหนึ่งคนที่หลายใจ ช่วยทำให้ฉันสำนึก ว่านับจากนี้ไป ต้องไม่ทำให้เธอเจ็บ คนดีเหมือนเธอไม่มีอีกแล้ว ตัวฉันมันมีตาไม่มีแวว อุตส่าห์ไปคิดไปมองหาใครทุกวัน เธอ เธอไม่เคยมองใครที่ไหน มีแค่ฉันที่เลวที่นอกใจ ที่ปล่อยเธอไว้ไม่แคร์ว่าเธอสำคัญ แล้ววันนี้ วันที่เห็นน้ำตาเธอไหล ก็ได้รู้ว่าเธอปวดใจมาแสนนาน มันละอายที่ทำร้ายเธอไปวันๆ ทำคนที่รักให้ทรมานอย่างตั้งใจ ช่วยตบหน้าฉันแรงๆสักทีเถอะที่รัก ช่วยปลุกฉันสักครั้ง ให้ตาสว่าง ว่าเธอเป็นใคร ช่วยตบหน้าคนเลวๆหนึ่งคนที่หลายใจ ช่วยทำให้ฉันสำนึก ว่านับจากนี้ไป ต้องไม่ทำให้เธอเจ็บ ช่วยตบหน้าฉันแรงๆสักทีเถอะที่รัก ช่วยปลุกฉันสักครั้ง ให้ตาสว่าง ว่าเธอเป็นใคร ช่วยตบหน้าคนเลวๆหนึ่งคนที่หลายใจ ช่วยทำให้ฉันสำนึก ว่านับจากนี้ไป ต้องไม่ทำให้เธอเจ็บ - - - - - - - - - - เพราะความแตกต่างมันเริ่มปรากฏให้เห็น รู้นะ ว่าโลกนี้น่ะ มันไม่มีใครเหมือนกับใคร ไปหมดซะทุกอย่างหรอก คนเราแต่ละคน ก็ย่อมมีลักษณะเฉพาะตัว มีความชอบที่แตกต่าง แม้แต่ฝาแฝดก็ยังมีส่วนที่ไม่เหมือนกันเลย แล้วนับประสาอะไรระหว่างฉันกะเธอ จะคาดหวังอะไรให้เราเหมือนกันทุกอย่าง มันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ แล้วฉันยังจะไป กังวลกับความแตกต่างนี้ทำไมกันเหรอ? ในเมื่อมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดเลย แต่ว่านะ ความต่างของเรา มันช่างทำให้ฉัน รู้สึกได้ว่า --เราอาจไปด้วยกันไม่ได้ เพราะเรา มีจุดหมายปลายทางที่ต่างกันสิ้นเชิง ความฝันยิ่งใหญ่สุดของฉัน คือการได้แบกเป้ เที่ยวรอบโลกกับใครสักคน ฉันชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง ชอบพบปะผู้คน และทำความรู้จัก กับพวกเขาเหล่านั้น เฝ้ามองอย่างเงียบๆ และใช้ หัวใจสัมผัสกับสิ่งตรงหน้า แต่เธอ ชอบการหยุดอยู่กะที่ เธอไม่อยากไปไหน แน่นอน เธอไม่อยากไปเที่ยวรอบโลกกับฉัน เธอคง ไม่ชอบการเดินทาง ไม่อยากพบปะผู้คน เธอพอใจ กับสังคมเดิมๆของเธอ พอใจกับทุกสิ่งที่มันเป็นอยู่ และกำลังดำเนินไป พอใจกับอาการหยุดนิ่ง ไม่ไขว่คว้า และไม่ทะเยอทะยาน เธอใช้สมองและสติปัญญา เธอใช้เหตุผลพยายามอธิบายทุกสิ่ง และฉันก็อยากจะ บอกเธอเหลือเกินว่า เหตุผลมันอาจใช้ได้กลับทุกสิ่งก็ จริงนะ แต่เว้นเรื่องของความรัก มันต้องใช้ใจเท่านั้น!!~ ฉันไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่ ฉันอาจไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ชนิดที่เรียกว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ฉันขี้เบื่อ และไม่ ชอบยึดติดอยู่กับอะไรนานๆ อะไรก็ตามที่ทำให้ฉันเริ่มคุ้นชิน เริ่มที่จะรู้สึกว่ามันหมดความท้าทายสำหรับฉันแล้ว ฉันก็จะ เริ่มมองมันอย่างเย็นชา และก้าวเท้าออกจากมันอย่างช้าๆ แต่ทว่าหนักแน่น และค่อนข้างมั่นคง มันจะหมดประโยนชน์ สำหรับฉันไป อาจแค่ชั่วไม่นาน ซักวันเมื่อฉันเบื่อกับปัจจุบัน ฉันก็อาจย้อนกลับไปหามันอีก(ในกรณีที่มันยังอยู่ที่เดิม ไม่จากไปไหนน่ะนะ) ฉันก็เลยไม่ชอบอะไรก็ตามที่มันหยุดนิ่ง ไม่ชอบสังคมเดิมๆ ถึงแม้ฉันจะรักในเพื่อน ในครอบครัว หรือ แม้แต่เธอ แต่ฉันก็ยังต้องการที่จะแสวงหาสิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าฉันเบื่อนะ แต่ฉันก็แค่ไม่อยากจะหยุดนิ่งเท่านั้น ไม่อยากรอให้ชีวิตดำเนินไปตามโชคชะตา ~ แต่เธอ -- เธอพอใจแล้ว เธอหยุดแล้วกับสิ่งตรงหน้า การงานของเธอ เธอบอกมันมั่นคง และเธอก็พอใจกับ เพื่อนร่วมงานของเธอ เธอพอใจกับทุกๆอย่าง เธอคงเป็น คนที่ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงล่ะมั้ง แต่สิ่งที่เธอพอใจแล้ว ทำให้ฉันพอใจด้วยนั่นก็คือ เธอหยุดแล้ว หยุดการตามหา ใครคนอื่นแล้ว เธอหยุดที่ฉันเพียงคนเดียว (แต่กลับเป็น ฉันที่ยังคงตามหาใครต่อใคร) เธอเป็นคนดี ใช่!! ฉันรู้ เธอทำเพื่อฉันหลายๆอย่าง อันนี้ฉันก็รู้ เวลาไม่สบาย ก็มีเธอคอยมาดูแล แม้แต่งาน ที่สำคัญของเธอ เธอก็ยังยอมหยุดมัน เพื่อมาดูแลฉัน ok นั่นทำให้ฉันซึ้งใจ เธอป้อนข้าวให้ฉันกิน แม้แต่ขนมปัง เธอก็ยังป้อน ทั้งที่ฉันเถียงว่า ฉันก็มีมือนะ แล้วก็ยังสบายดี ทำไมต้องป้อนด้วยล่ะ เธอก็บอกฉันว่า ก็มันน่ารักดี^^" ฉันก็เลยถึงกับเถียงเธอไม่ออกเลย แล้วเธอก็ตั้งหน้าตั้งตา ป้อนขนมปังฉันต่อไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอเดินจูงมือฉันข้ามถนน แล้วก็เดินมาอยู่ข้างที่รถวิ่ง ตอนเดินงานกาชาดที่ร้อนแสนร้อน เธอก็ยังจับมือฉันไว้ ไม่ยอมปล่อย เดินหาซื้อลูกโป่งให้ด้วย(ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้) พัดให้ฉันบ้าง ตามใจฉันแทบทุกอย่าง แล้วก็ยังไปเป็นเพื่อน เลือกซื้อชุดชั้นใน 555+ ฉันนี่มันแย่จริงๆที่ทำอย่างงั้นกะเธอ แล้วก็ยังจะออดอ้อน งอแง อยากจะนั่งชิงช้าสวรรค์ และเธอ ก็ตามใจ เธอเดินพาไปนู่นมานี่ อยู่ข้างๆฉันเสมอ ที่งานมหกรรมหนังสือ เธอก็ประคองฉันไว้ อีกครั้งแล้วที่ เธอทำตัวเหมือนองครักษ์ เข้าใจนะว่าเธอเป็นห่วงฉันซะ มากมายเหลือเกิน ห่วงฉันที่ไม่สบาย อ่อนแอ และกำลัง จะหมดแรงเดินต่อ ทำไมกันนะ ถึงดีต่อกันได้ถึงขนาดนี้ และแม้แต่วันที่อยู่ๆฉันก็บ่นว่าอยากดูหนังเรื่องโกสต์ ไรเดอร์ แล้วก็ทำเป็นพูดเปรยๆว่า ดูหนังด้วยกันเรื่องสุดท้ายเมื่อไหร่นะ เธอก็ใจดีบอกว่า ป้ะ งั้นไปดูหนังกัน แล้วเราก็ได้ไปดูหนังด้วยกัน นี่ยังไม่นับที่เธอชอบเช็ดเหงื่อบนหน้าให้ฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ไม่นับทุกครั้งที่เธอต้องช่วยถือของ ไม่ได้นับเรื่องที่แดดร้อนจ้า แต่เธอก้ยังพยายามที่จะบังแดดไม่ให้มันมาโดนฉันให้ได้ ไม่นับเรื่องที่มารับฉันตอนเลิกดึกๆ ไม่นับที่ไปหาซื้อโคนัน ให้ฉันกะโบไกลถึงสะพานควาย ไม่นับอีกหลายๆเรื่องที่เธอยอม ตามใจ และกล้าที่จะขัดใจ ถ้าเห็นว่าเรื่องนั้นจะทำให้ฉันเคยตัว เคยชินกับนิสัยเสียๆของเด็กๆที่ไม่รู้จักโต และยังมีเรื่องที่ในที่สุด ฉันก็ทำให้เธอแสดงนิสัยของเด็กๆ ออกมาจนได้ ทำให้เธอเสียน้ำตา ทำให้เธอหึงหวง และ ดุจนฉันถึงกับกลัว แค่ฉันไปทานข้าวกับผู้ชายคนอื่น เธอก็ถึงกับเกือบๆจะเป็นบ้าไป เธอดุ เธอทำเสียงแข็ง เธอแปลกไปมากมาย แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรฉันเลย โบบอกว่า เธอน่ารักดี น่ารักที่ท่าทีที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของเธอ เมื่อเจอเรื่องที่ฉันทำปั่นป่วน เธอก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก และในที่สุดก็แสดงอาการหึงหวงแบบเด็กๆออกมา >_<" ทั้งที่เธอดีกับฉันได้มากมายถึงขนาดนี้ แต่แค่สาเหตุที่ ความชอบของเราแตกต่าง แค่เธอยึดมั่นในหลักการของเธอ และไม่ยอมในสิ่งที่ฉันทำผิด เพียงเพราะไม่อยากให้ฉัน ถูกตามใจจนเสียนิสัยไปมากกว่านี้ อาจเพราะถูกตามใจ ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันก็เลยเคยตัว ใครขัดใจอะไรนิดหน่อย ฟ้าก็แทบถล่ม ดินก็เกือบจะทลาย แทบไม่มีใครกล้าขัดใจเลย แต่เธอกลับกล้าทำมัน ทั้งที่เสี่ยงเหลือเกินที่การกระทำของเธอ อาจทำให้ฉันไม่พอใจ และเดินหันหลังให้เธอไปตลอดกาล แต่เธอก็ให้เหตุผลว่าเพราะเธอคิดจริงจัง เลยอยากจะเริ่ม ตั้งแต่ตอนนี้ อยากจะให้ฉันเข้าใจอะไรๆบ้าง ไม่ใช่ทุกอย่าง ต้องเป็นไปตามที่ฉันต้องการทั้งหมด ทั้งที่มันอาจไม่ถูกต้อง เธอบอกว่า หากเธอไม่รัก เธอก็จะยอมตามใจ ยอมเอาใจ ฉันตลอด ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ดีต่อฉันเลย แต่นั่นเพราะรัก จึงต้องยอมขัดใจ แล้วก็ยังมีเรื่องที่เธอไม่ค่อยมีเวลา ใช่-- ฉันคงคิดมากไปเอง ก็เธอโตแล้วนี่นะ มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มีงานต้องทำ ไม่ใช่เด็กๆแบบฉันที่วันๆมีเรียนบ้าง ไม่มีบ้างก็ไปเดินเล่น ชอปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ชีวิตฉันมันอาจดู ไม่มีอะไร และดูไร้สาระไปวันๆ เธอถึงชอบบอกว่า คนเรา ต่างคนต่างก็มีภาระหน้าที่ของตัวเอง และออมก็ต้องทำ หน้าที่ของออมให้ดีที่สุด ตั้งใจเรียนมากๆ และพี่ก็ต้องทำ หน้าที่ของพี่ พี่มีงานต้องทำ หากไม่ยอมทำ เค้าก็ไล่ออก แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ อะไรต่อมิอะไรตั้งมากมาย ไม่ใช่เด็กๆแล้ว โตแล้ว ก็ต้องมีเรื่องรับผิดชอบมากกว่า เด็กที่ยังเรียนอยู่เป็นธรรมดา อาจไม่ค่อยว่าง แต่ไม่ว่ายังไง ก็ไม่เคยที่จะไม่รัก ไม่เคยที่จะไม่เป็นห่วง ... แค่นั้นเอง เพราะเรื่องของเวลาที่ไม่ตรงกัน และความ แตกต่างที่ไม่ลงตัว ก็ถึงกับทำให้ฉันท้อ และคิดที่จะเดิน ไปจากเธอ ฉันไม่ยอมหยุดมองหาใครต่อใคร และยัง ออกไปเจอ ไปพบปะกับใครต่อใคร และที่แย่มากๆก็คือ ฉันถึงกับยอมให้ใครคนนั้นเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจ ไม่ใช่มีเพียงแค่เธอคนเดียว แต่ฉันยังไม่แน่ใจกับความรู้สึก ที่มีต่ออีกคนนึง เธอดีกับฉันมากมาย เธอรู้เรื่อง แต่เธอ ก็ไม่โกรธ เธอก็ยังอภัย แต่เธอเสียใจ เสียใจที่ฉัน ไม่ได้มีเธอคนเดียว เสียใจที่ฉันไม่สามารถตอบได้ เต็มเสียงว่าไม่ได้คิดอะไรกะเค้า!!~ คนเลวๆอย่างฉัน มันไม่คู่ควรอะไรกะเธอเลยแม้แต่น้อย ยังคงเอาแต่ใจ อารมณ์ร้ายใส่เธอเสมอ ยังคงใช้กำลัง ทุบตีเธอ ประชดด้วยการบอกจะไปหาเค้า ทำร้ายเธอ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เธอก็ไม่ว่าอะไรเลยซักคำ เธอไม่ ทำร้ายฉันกลับ เธอแค่จับมือฉันไว้ บอกว่าไม่ให้ไป ไม่ให้ ฉันหนีไปจากเธอ --ออม อย่าไปนะ อย่าจากพี่ไปนะ แล้วแววตาแสนเศร้าของเธอ ก็ทำให้คนเลวๆสำนึก ฉันร้องไห้ เอาแต่ร้อง ซึ่งมันคงไม่สาสมกับความผิด ที่ได้กระทำลงไปเลย แต่คนอย่างเธอ ก็พร้อมที่จะให้ อภัยฉันเสมอ ด้วยเหตุผลว่า - รัก - คำเดียว !!! หากเธอบอกว่าโกรธฉัน พูดจาดุด่าว่ากล่าว หรือทุบตี กลับมา ฉันก็คงไม่โกรธ และไม่กล่าวโทษเธอเลย แต่เธอก็ยังคงเป็นสุภาพบุรุษแสนดีกับฉันเสมอมา ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พี่ไม่รังแกออมหรอก!!!~ ฉันผิดเอง เป็นฉันเองที่เลว ที่ไปหลงละเมอเพ้อๆไป กับคำพูดแค่ไม่กี่คำของเค้า แค่ความใกล้ชิดเพียง เล็กน้อย แค่อากัปกิริยา แค่ท่างทาง และคำพูดเค้า มันเหมือนกันมากมายกับคนของอดีตที่ฉันไม่เคย ลืมเลือน มันก็กลับทำให้ฉันใจอ่อนไหว และเริ่ม ไขว้เขวไปทางเค้า ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง *~ ช่วยตบหน้าฉันแรงๆสักทีเถอะที่รัก ช่วยปลุกฉันสักครั้งให้ตาสว่าง ว่าเธอเป็นใคร ช่วยตบหน้าคนเลวๆ หนึ่งคนที่หลายใจ ช่วยทำให้ฉันสำนึก ว่านับจากนี้ไป ต้องไม่ทำให้เธอเจ็บ ~* 3月21日 ตัดสินใจ~*![]() ความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร?
มีใครบ้างที่สามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างแท้จริง...
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
บางทีอาจเป็นรอยยิ้มแสนหวานจากคนแปลกหน้า
อาจเป็นใครสักคนที่หันมาสบตากันท่ามกลางผู้คนมากมาย
หรืออาจเป็นอุบัติเหตุเล็กๆที่เกิดจากความตั้งใจของโชคชะตา
...แต่ไม่ว่าความรักจะเกิดจากสิ่งไหนนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือจะทำเช่นไร
ให้ความรักที่เริ่มมีตัวตนอยู่นั้น...เติบโตขึ้นอย่างสวยงาม
จากคำถามของน้องสาวคนนึง คนที่ไม่เคยมีความรักมาก่อนเพราะตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว
เธอถามว่า เมื่อรู้สึกถึงความรักในหัวใจ จะปล่อยให้มันดำเนินต่อไปหรือหยุดความรู้สึก
เอาไว้แค่ตรงนั้น เมื่อเรายังไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง...และกลัวว่า บางทีความรักอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน
ความกลัวเกิดขึ้น...ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย
มันคงเป็นความกลัวที่คล้ายๆกับตอนที่เรายังเป็นเด็ก...และต้องไปโรงเรียนเป็นครั้งแรก
ถึงจะผ่านมาสักกี่ปี แต่ฉันก็ไม่เคยลืมความรู้สึกในวันนั้น และฉันก็เชื่อว่าเด็กๆส่วนใหญ่
ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน...นั่นคือไม่อยากไปโรงเรียน
เพราะตั้งแต่เกิดมา เราก็ใชชีวิตอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านมาตลอด รอบข้างมีแต่สิ่งที่คุ้นเคย
แต่อยู่มาวันนึงกลับต้องก้าวเข้าไปอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ เราจึงรู้สึกกลัว...แม้ว่าจะยังไม่ได้
ลองใช้ชีวิตและเรียนรู้เลยว่า ในโลกใบใหม่นั้น สวยงามน่าอยู่หรือไม่
หลังจากที่พ่อและแม่ทำใจแข็ง ทิ้งฉันไว้ตัวคนเดียวกับคุณครูและเพื่อนตัวเล็กๆที่ไม่รู้จัก
กำแพงก็ถูกสร้างขึ้นมาทันที...กิจกรรมทุกอย่างถูกต่อต้าน และไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอก...เด็กคนอื่นก็ดื้อไม่แพ้กัน
ทั้งที่ความจริงแล้ว...ถ้าเราอยากให้ทุกอย่างจบลงอย่างสวยงาม ก็ต้องหัดเริ่มต้นเสียก่อน
เพราะถ้าหากเราไม่เรียนหนังสือ...เราก็จะเขียนหนังสือไม่เป็น
และถ้าหากเราไม่กล้ารัก...เราก็จะไม่มีวันมีความรัก
คำตอบของคนที่ไม่มั่นใจในความรัก...ก็คือเราต้องลองสัมผัสกับความรู้สึกนั้นดูด้วยตัวเอง
เราต้องเรียนรู้ที่จะรัก ไม่ใช่ค้นหาคำตอบจากความรู้สึกของตนเองแต่เพียงอย่างเดียว
ตอนที่เราเริ่มเรียนอนุบาล เด็กแทบทุกคนรู้สึกกลัวที่ต้องใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจากวันเก่า
กลัวคนแปลกหนเที่ไม่รู้ว่าจะมาดีหรือร้าย พอโตขึ้น...ต้องเรียนรู้ความรัก
ก็กลัวว่าความรักนั้น จะหอบเอาสิ่งดีๆหรือความเจ็บปวดมาฝากกันแน่
อย่าลืมว่า หากอยากให้ความรักเติบโต ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้...เรียนรู้ทั้งๆที่เรา
ไม่รู้อะไรมาก่อนเลย...เพราะเด็กๆที่เข้าเรียนอนุบาลก็คล้ายกับเราตอนนี้แหละ
ค่อยๆปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป คอยดูแลห่วงใย...แบ่งปันสิ่งดีๆต่อกัน
พอเวลาผ่านไป...โลกใบใหม่ก็คงน่าอยู่ขึ้น เหมือนที่ฉันรู้สึกอยากไปโรงเรียน
ในเวลาต่อมา ทันทีที่เห็นว่ามีเพื่อนน่ารักๆ มีคุณครูที่ใจดี
โลกของการไปโรงเรียนจึงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไป
คนที่กลัวความรัก...ลองให้ความรักได้เริ่มต้นดูก่อนดีมั้ย
เผื่อว่าการเรียนรู้ครั้งนี้ จะพาเราไปสู่คืนวันที่สวยงาม แม้วันนี้
ความรักของเราจะอยู่ระดับอนุบาล เป็นเด็กที่ไม่รู้อะไร แต่ถ้าดูแลใส่ใจ
ไม่ขาดหาย รักก็จะเติบโตอยู่ในระดับประถม หรือมหาวิทยาลัย ที่รัก
หนักแน่นและมั่นคงกว่าวันเก่า ...และแม้ไม่เป็นอย่างที่วาดฝันไว้
อย่างน้อยเราก็จะได้บทเรียนใหม่ๆมากขึ้น
อย่ากลัวว่าจะต้องเจ็บปวด และพบเจอปัญหามากมายกับการ
รักใครสักคน...เพราะชีวิตคนเรามีทั้งทุกข์และสุขอยู่แล้ว
ถึงจะมีบางครั้งที่เราอยากร้องไห้เงีบบๆคนเดียว แต่คงจะดีกว่า
หากมีคนที่เข้าใจอยู่ข้างๆเป็นบ่าให้พักพิง
ถึงบางครั้ง ความเข้มแข็งจะสามารถทำให้สองเท้าของเราหยัดยืนได้
แต่คงดีกว่าหากมีใครสักคนจูงมือแล้วก้าวไปด้วยกันบนเส้นทางของความหวัง
ถึงแม้บางครั้ง...เราจะรักตัวเองได้
แต่คงดีกว่ามากมาย...หากมีใครสักคนรักเรา
-- การเดินทางรูปหัวใจ (เนสเบอรี่)
![]() นั่นสินะ ถ้าเราไม่กล้าที่จะเริ่มต้น แล้วจะรู้ตอนจบได้อย่างไร
แม้แต่ตอนต่อไป เราก็ยังไม่รู้เลย แล้วเราจะเอาอะไรมาเป็นตัวตัดสินล่ะ
ว่ามันจะไม่ดี หรือจะมีแต่ความทรงจำที่เจ็บปวด รอคอยอยู่
ความรัก มันก็ย่อมไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว ความรัก ยังไง
ก็เป็นสิ่งสวยงามเสมอ ถึงแม้จะมาพร้อมกับความเจ็บปวด
แต่ในความเจ็บปวด มันก็ให้อะไรๆเรามากมาย สอนให้เราเรียนรู้
มีประสบการณ์ชีวิตเพิ่มมากขึ้น และไม่ว่าตอนจบของ
ความรักจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยแล้ว ความรักก็คงไม่ทำร้ายใคร
อย่างแน่นอน
จะเชื่อมั่นในความรักนะ!!!~
จะเชื่อในทุกๆการกระทำที่เธอทำเพื่อฉัน
เคยได้ยินที่เค้าบอกกันว่า จะรู้ว่าใครสักคนจริงใจ
หรือห่วงใยเราแค่ไหน ก็ให้ดูที่เค้าปฏิบัติกะเราตอนที่เราไม่สบาย
ลำบาก หรือตกทุกข์ได้ยาก และเธอ ก็ดูแลฉัน ไม่ยอมทิ้งไปไหน ยอมลางาน
เพื่ออยู่ดูแล ไปหาซื้อข้าว ซื้ออะไรมาให้กิน หายามาให้
คอยนวด ให้ตรงที่ปวดเมื่อย จะมีอะไรที่เธอจะสามารถทำเพื่อฉัน
อีกได้นะ ในเมื่อรู้สึกว่า เธอได้ทำแล้วทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง
เธอทำมันหมดแล้ว ทำหมดทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายอย่างเธอ
จะทำได้ โธ่เอ๊ย!!!~ แล้วจะมามัวลังเลอะไรอีกนะ???
มากมายเหลือเกิน กับความดีที่เธอทำให้กะฉัน
ดีชนิดอย่างที่ว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีหลงเหลืออยู่ในโลก
ไม่รู้ว่าโชคดีที่ได้มาเจอเธอตอนนี้ หรือโชคร้ายที่มาเจอเอาป่านนี้
ทำไมกันนะ เราถึงไม่เจอกันก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะเจอใครคนนั้น
และก่อนที่ฉันจะเจอเค้าคนนั้น ทำไมกันนะ คนอย่างเธอถึงได้ถูกทำร้าย
จากใครคนนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าดีเกินไป เพราะมันดูน้ำเน่าเหลือเกิน
ทำไมกันนะ เค้าถึงได้ทำอย่างงั้นกะเธอ แล้วทำไมกันนะ เราถึงไม่เจอกัน
ให้มันเร็วกว่านี้ เจอกันก่อนที่ เราทั้ง 2 จะถูกทำร้ายจากคนของอดีต
ฉันอยู่ตรงนี้ และเธอก็อยู่ตรงนั้นเอง มีแค่กำแพงตึกบางๆขวางกั้น
มีแค่นั้น ที่กั้นวิถีทางของเราเอาไว้ไม่ให้มันมาซ้อนทับกัน กีดกัน
ให้เราต่างเส้นทางที่เลือกเดิน เธอเดินไปกะเค้า ส่วนฉันก็ไปกะคนของฉัน
เราต่างดำเนินชีวิตไปได้อย่างปกติสุข โดยที่ไม่ได้รับรู้การมีตัวตนอยู่
ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย อย่างงี้รึเปล่านะ ที่เค้าเรียกกันว่า
โชคชะตา หรือพรหมลิขิต !!!~
และเมื่อถึงเวลา โชคชะตาก็เล่นตลก ให้เธอถูกเค้าทำร้าย
และต่อมา คนต้องเจ็บปวดก็คือฉันที่ถูกเค้าทอดทิ้ง
แล้วเรา 2 คน ก็ได้มาเจอกัน ในวันที่หัวใจของเธอเข้มแข็ง
พร้อมที่จะหยัดยืน และก้าวต่อไปข้างหน้า ในขณะที่ฉัน ยังอ่อนแอ
อ่อนไหว และยังเศร้าระทมไปกับอดีตที่ไม่มีวันลืมเลือน
และแล้ว อาจเป็นวิถีทางแห่งโชคชะตา เป็นเรื่องของ
พรหมลิขิต หรือปาฏิหาริย์ของด้ายแดงที่ปลายนิ้วก้อย (555+)
ก็นำพาให้เราได้พบเจอ และรู้จักกัน ในขณะที่เธอก็มีใครๆหลายคน
อยู่มากมายมาห้อมล้อม และหลงรัก ส่วนฉัน ก็ยังคงเจ็บปวด
และจ่อมจมไปกับอดีตที่ปวดร้าว จนไม่สามารถเปิดใจรับใคร
ที่เดินผ่านเข้ามาในหัวใจได้เลยแม้แต่คนเดียว
ฉันกำลังโศกเศร้า และอ่อนไหว เธอก็เข้ามา เข้ามาทำให้
รู้สึกแปลกๆที่หัวใจ เธอเหมือนเป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่น
มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่อยู่ลึกๆในใจ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าสามารถ
ที่จะสนิทกะเธอได้อย่างรวดเร็ว และรู้สึกอบอุ่นใจได้อย่างประหลาด
เมื่อได้คุยกะเธอ เมื่อได้อ่านข้อความที่เธอส่งมา ถึงแม้ว่า
ข้อความเหล่านั้น จะถูกส่งต่อๆไปให้ใครคนอื่นของเธออีกมากมาย
ถึงแม้มันจะไม่ใช่ข้อความพิเศษที่เธอพิมขึ้นมาเพื่อส่งให้ฉันเองกะมือก็ตาม
แล้วมันก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของเรา
ในขณะที่เราต่างก็มีใครคนอื่นๆเข้ามา แต่ทำไมกันนะ
สุดท้ายแล้วก็เป็นฉันที่เธอเลือกที่จะผูกพัน และทำไมกันนะ ถึงเป็นเธอ
ที่ทนกับความเอาแต่ใจของฉันได้มากมายถึงเพียงนี้ คนอย่างฉัน
ไม่เคยคิดเลยว่าจะแพ้ความดีของผู้ชายอย่างเธอ
แต่ในวันนี้ หัวใจที่เย็นชาของฉัน หัวใจที่ถูกแช่แข็งเก็บเอาไว้
ตั้งแต่ถูกใครคนนั้นทอดทิ้ง ได้ถูกความรักจากเธอหลอมละลาย
จนหมดแล้ว มันคงถึงเวลาแล้วสินะ ที่จะรับรักจากเธอ
ไม่รู้นะ ว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร เรื่องราวจะสวยงามแสนหวาน
หรือจะเจ็บปวดรวดร้าว เป็นสีเทาหม่นขนาดไหน แต่ถ้าฉัน
ยังไม่กล้าที่จะเริ่มต้น ยังไม่ยอมก้าวเท้าออกเดิน
จากอดีตที่คุมขังหัวใจ ฉันก็จะไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า อนาคต
ข้างหน้าที่รออยู่ จะสวยงามสักแค่ไหน
มันคงจะดูอบอุ่นทีเดียวล่ะ ถ้าเกิดฉันจะได้ก้าวเท้าเดินไปพร้อมกับเธอ
และมันคงดีไม่น้อย หากเราจูงมือกันเดินไปให้ถึงจุดหมายที่รออยู่ข้างหน้า
ไม่ว่าหนทางจะลำบาก จะขรุขระ ลาดชัน หรือจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม และเธอ
ก็ไม่มีวันปล่อยมือจากฉัน แค่นั้น หนทางของเรา ก็คงอบอวล
ไปด้วยไออุ่นแห่งรัก ^^" ((แหวะๆๆๆ))
แล้วจะมีสักกี่คนกันนะ ที่จะบังเอิญมีเส้นลายมือ
ที่เชื่อมต่อกันยาวเป็นเส้นเดียวกัน เหมือนที่เกิดมา 21 ปีแล้ว
ฉันก็เพิ่งเจอเธอเป็นคนแรกนี่ล่ะ รู้มั้ย มันประหลาดใจแค่ไหน
และเมื่อได้ยินเธอพูดว่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเจอฉันแล้ว เธอก็รู้สึก
ถึงความคุ้นเคย นี่รึเปล่านะ ใช่รึเปล่านะ คนอีกคนที่ฟากฟ้า
ส่งมาเพื่อให้อยู่เคียงคู่กะเราตลอดไปบนโลกใบนี้
หากใครคนนั้นเป็นเธอ ฉันคงดีใจไม่น้อย
![]() 3月12日 นิทานเรื่องใหม่ ~* เป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิตเรา
กับผู้คนผ่านมาแล้วผ่านไป
สิ่งที่เคยผ่านพบ, กลับสูญหาย
สิ่งจดจำรำลึกได้ ...เกินไขว่คว้า
ได้มาแล้วเสียไปเป็นเรื่องปกติธรรมดา
สิ่งเคยผ่านพบเมื่อครั้งหนึ่ง,
บัดนี้หวนคืนมาอยู่ตรงหน้า
สิ่งเคยลืมเลือนในบางครา,
กลับย้อนมาหาเราอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่มองไม่เห็น,
เป็นเพราะมันไม่มีอยู่หรือไร?
สิ่งที่ความทรงจำเราเฝ้าถนอมไว้
จะดำรงอยู่อย่างนั้นได้ตลอดไปหรือ?
สิ่งที่เคยเห็น, จะไม่ได้เห็นอีกต่อไป
สายลมฤดูร้อนแตะไกวยอดไม้, เพียงเพื่อจากไปในฉับพลัน
สิ่งใดเคยให้ได้จดจำ, ผ่านพล้ำเกินจะไขว่คว้าทัน
เหลืออ้อยอิ่งเพียงหมอกควัน ...เลือนพร่างเงาไม้
สิ่งที่ไม่ได้เห็น, เป็นเพราะมันไม่มีอยู่?
บางทีอาจเป็นเพราะความมืดมัวบังไว้
หรืออาจเป็นลมพัดทรายเข้าตา
ฉันจึงมิอาจมองเห็นเธอตรงหน้า,
หากยังรู้สึกได้ว่า...เธอเรืองรองอยู่ตรงนี้
สิ่งใดมิเคยได้เห็น, พลันปรากฏตัวกระจ่าง
แผ่วสายลมฤดูร้อนย่างกราย, ใบไม้ต่างร่ายรำในอากาศ
สิ่งใดเคยหลงเลือนไป, ความทรงจำนำกลับคืนมา
เมฆดำพร่ามัวฟุ้งกระจาย แสงจันทร์ริมหน้าต่างนวลละไมในสายตา
( Moon, forgets ; Jimmy Liao)
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เรื่องบางเรื่อง บางสิ่งบางอย่าง และใครบางคน
ถูกลบภาพออกไปจากความทรงจำมานานมากมายแล้ว
นานซะจนกระทั่งเกือบจะแน่ใจอยู่แล้วเชียว
ว่าภาพของเค้าจะเป็นเหมือนข้อมูลที่สูญหาย
ที่ไม่สามารถกู้กลับ เรียกคืนมาได้อีก ***
แต่เปล่าเลย มันผิดถนัด แค่เมื่อวาน คนของความทรงจำ
เข้ามาทักทายตามประสาคนเคยรู้จักกัน มันก็เท่านั้น
ใช่แล้ว แค่เท่านั้นแหละ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลยแม้แต่น้อย
แต่ใจของเด็กผู้หญิงคนนึงกลับไหวสั่นได้อย่างน่าประหลาด!!!
อะไรกันนะความรู้สึกแบบนี้
เมื่อประโยคแห่งบทสนทนาถูกเธอดำเนินไปเรื่อยๆ
ภาพแห่งความทรงจำในอดีตอันนานแสนนาน ก็ผุดขึ้นมาอย่าง
แจ่มแจ้งชัดเจนในความทรงจำของเรา
เธอแค่อดีต แค่คนของความทรงจำ แต่ทำไม ถึงได้สั่นคลอน
หัวใจได้มากมายถึงเพียงนี้นะ
แล้วปัจจุบันของเราล่ะ ปัจจุบัน
เราจะยอมทอดทิ้งมันเพื่อกลับไปจมปรักอยู่ในอดีตที่มันไม่มีทาง
อย่างงั้นหรอกเหรอ? หลุดพ้นจากความเศร้าแสนสาหัสครั้งนั้น
ออกมาได้อย่างยากเย็น แล้วนี่ยังเจ็บไม่ยอมจำ
ยังคิดจะหวนกลับคืนไปหามันอีกอย่างงั้นน่ะเหรอ?
นี่เรากำลังสติดีอยู่รึเปล่านะ??
คิดเข้าสิ คิดถึงภาพของเธอเข้าไว้
เธอคนนึงที่ดีแสนดี ดีกะเราซะมากมาย เธอคนที่ดีกะเรา
ดีจนเรานึกไม่ออกว่าจะมีใครทำดีกะเราได้ถึงขนาดนี้
ดีจนเรากลัว กลัวว่านั่นมันเรื่องจริงเหรอ มันเป็นความจริงเหรอ?
เรามองเห็น สัมผัสได้ รู้สึกได้ ถึงทุกสิ่งทุกอย่าง
ทุกการกระทำที่เธอแสดงออกกะเรา แต่เราก็ไม่กล้าที่จะคิดต่อ
ไม่กล้าที่จะฝัน เรื่องของเธอกะเรา เพียงเพราะเรารู้สึก
ว่าเราไม่คู่ควรเลยแม้แต่น้อย
เด็กผู้หญิงคนนึง เมื่อยี่สิบเอ็ดปีที่แล้ว
กับผู้หญิงคนนึง ณ ปัจจุบันนี้ คนๆเดียวกันแท้ๆ
ทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนจริงๆ นิสัยใจคอ
เรื่องของอาการเอาแต่ใจ ขี้งอน ไร้เหตุผล
ทำอะไรแบบเด็กๆ มันยังคงติดตัวเรามา ไม่ยอมหายไป
เด็กผู้หญิงคนเดิมคนนั้น แม้จะผ่านมา 21 ปีแล้ว
แต่เธอก็ยังคงเป็นเด็กผู้หญิง ไม่รู้จักโตซะที
แล้วอย่างงี้ เธอจะมีความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ชายคนนั้นได้อย่างไร
ทั้งที่เค้าดีกะเธอเหลือเกิน แต่เธอก็ยังหาเรื่องเค้าได้ทุกวี่วัน
แม้แต่เรื่องเพียงเล็กน้อย เธอก็สร้างมันซะใหญ่โตมากมาย
มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ มันกลายเป็นบ่อนทำลายความรู้สึกดีๆจากผู้ชายคนนั้น
เธอกำลังทำลายความรักที่เค้าบอกว่ามีให้เธออย่างเย็นชา
และเลือดเย็นเหลือเกิน!!!~
ทำไมกันนะ ความเจ็บปวดมันถึงได้เกาะกินหัวใจ
ได้แทบทุกวี่วัน เราทะเลาะกันมากี่วันแล้วนะ
กี่วันกันนะที่เราไม่เข้าใจกันเลย ไม่ใช่สิ ที่เราไม่เข้าใจเธอต่างหาก
ไม่มีเรื่อง ไม่ได้มีสาระอะไรเลย แต่เราก็ยังจะเก็บมันไปคิด
แล้วก็น้อยใจเธอ อยากจะเดินหนีไปให้ไกล
ให้พ้นหน้าพ้นตา พ้นจากชีวิตดีๆของเธอ
เธอบอกเธอรักเรา เธอแสดงออกมากมาย
แต่เราก็กลับไม่มั่นใจ ไม่ไว้วางใจ ไม่ยอมเชื่อใจเธอเสียที
อดีต!!~ มันมีอิทธิพลต่อเรามากมายขนาดนั้นเลยจริงๆน่ะเหรอ???
ทำไมกันนะ การที่เราจะทำใจให้เริ่มใหม่กับใครซักคน
ถึงได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นอะไรขนาดนี้
จะกลัวอะไรมากมายกันนะ หากกลัว หากเอาแต่หนีอย่างงี้
เมื่อไหร่จะชนะ เมื่อไหร่จะได้หยุดหลบๆซ่อนๆ
และเมื่อไหร่ จะได้มีความสุข กับคนจริงใจซะที ?
จะเป็นเธอจริงๆน่ะเหรอ ที่จะเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย
เข้ามาดูแล เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเราตลอดไป
เป็นเธอจริงๆน่ะเหรอ ที่จะมีความรักจริงใจมอบให้เราอย่างไม่มีวัน
เปลี่ยนแปลง เธอจะหลอกเราเหมือนที่ใครคนนั้นเคยทำมั้ยนะ?
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ถึงเธอ -*
ขอบคุณนะ ที่ดูแลเรามาตลอด
ขอบคุณนะที่ให้กำลังใจมาเสมอ
ขอบคุณทุกข้อความและทุกถ้อยคำของความห่วงใยที่ส่งมาให้เรายามท้อแท้ใจ
ขอบคุณที่อยู่คุยเป็นเพื่อนตลอดมา
ขอบคุณที่ยอมอดทนต่ออารมณ์ร้ายๆที่มันช่างอ่อนไหว แปรปรวนราวกับคลื่นทะเลที่ไม่มีวันสงบของเรา
ขอบคุณนะ ที่มาส่งเราถึงบ้าน ที่ช่วยถือของ ที่ช่วยทำอะไรหลายๆอย่าง
ขอบคุณที่คอยบอกคอยเตือนให้ไปกินข้าวกินยา
ขอบคุณที่ซื้อข้าวมาให้กิน ที่เขี่ยผักใบต้นหอมออกให้
ขอบคุณสำหรับมาม่ามื้อนั้น ที่เธอต้มแล้วก็นั่งป้อนเรา ราวกับเราเป็นคนไข้อาการปางตาย
ขอบคุณที่ช่วยถือกระเป๋าที่หนักมากมาย
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ และถ้วยชาตอนวาเลนไทน์
ขอบคุณกะปูนปาสเตอร์แฮมๆที่เราออดอ้อนให้เธอซื้อให้
ขอบคุณข้าวทุกมื้อ หนังทุกเรื่อง ค่ารถ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่เธอเลี้ยง
ขอบคุณที่จูงมือเราข้ามถนน!!!~
ขอบคุณที่ช่วยประคองตอนเราจะล้ม ตอนเรามึนๆ ไม่สบาย
ขอบคุณที่ยอมทำตามคำขอร้องงี่เง่าของเรา
ขอบคุณที่ทำอะไรๆหลายๆอย่างเพื่อเราเสมอมา
ขอบคุณที่ให้เกียรติ และขอบคุณทุกๆความรู้สึกดีๆจากเธอ
ขอบคุณมากมาย ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
. . .
. .
.
และสุดท้าย ขอบคุณนะ ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของเรา
ขอบคุณทุกๆการกระทำ ที่เธอดูแลราวกับว่าเราเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆของเธอ
ขอบคุณนะ องครักษ์ของช้านนน~
เพราะถึงแม้เธอจะไม่ใช่เจ้าชายที่ perfect และดีเลิศเลอ
แต่เธอก็เปรียบเสมือนองครักษ์ที่คอยดูแลเจ้าหญิงงอแงเอาแต่ใจอย่างเรา
ได้อย่างแทบจะไม่ขาดตกบกพร่อง
เธอทำหน้าที่ของเธอดีแล้วล่ะนะ ทีนี้ ก็คงเหลือแต่เราแล้วล่ะ
ที่จะยอมลดทิฐิ และเลิกคิดถึงศักดิ์ศรีบ้าบอ รวมถึงอะไรอีกต่างๆนานา
แล้วหันกลับไปมองเธอ องครักษ์ซื่อสัตย์แสนดี ที่จะไม่มีวันทรยศเรา !!! ((อย่างงั้นรึ?))
ซักวันนะ ซักวัน คงมีนิทานที่เจ้าหญิงจะไม่ต้องคู่กับเจ้าชาย
ซักวัน คงมีนิทานที่เจ้าหญิงองค์น้อยจะได้ยืนเคียงข้างองครักษ์แสนดี
ก็ทำไมกันล่ะ ในเมื่อองครักษ์แสนจะซื่อสัตย์ออกขนาดนั้น
แล้วมันผิดเหรอ ที่เจ้าหญิงจะใจอ่อนน่ะ - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
3月10日 วันฝนโปรย ความคิดถึง และองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์!!!~ วันเสาร์ - - ที่ฝนมันตก!!!~
ไม่มีร่ม ไม่มีอะไรทั้งนั้น ต้องเดินตากฝน
ทั้งที่ก็ไม่สบาย แต่ก็ไม่เป็นอะไรหรอก
เพราะเหมือนมีความสุขลึกๆอยู่ในใจ
ฝนเม็ดใหญ่ หล่นแปะลงบนปลายจมูก ~
ใครกันนะ เรากำลังคิดถึงใครกันนะ
แล้วใครกันนะ คือคนที่ส่งผ่านความคิดถึงตอบกลับมา ?
บ่ายวันเสาร์ เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกอบอุ่น
ที่หัวใจ ไม่เคยคิดเลย ว่าหัวใจดวงเล็กๆดวงนี้ จะถูก
เติมเต็มไปด้วยความรักได้มากมายซะขนาดนั้น
นี่มันเป็นเรื่องจริง หรือว่าความฝันกันแน่นะ
คนที่เป็นเจ้าของหัวใจอีกดวง คนที่ฟากฟ้าส่งลงมาเพื่อให้
มาอยู่เคียงคู่กับเรา -- ด้วยกันตลอดไป ...
เหมือนว่าเป็นเพียงความฝัน เหมือนเป็นเพียงเรื่อง
เพ้อเจ้อ เหมือนเป็นเพียงอารมณ์ฟุ้งซ่านงมงาย ที่หลงเชื่อฟ้า
ไปซะเต็มหัวใจ หลงเชื่อสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องหลอกลวง
ไม่เคยแม้แต่จะมีมูลความจริง
นี่เธอรักเราจริงๆเหรอ???...
มันเป็นคำถามที่เฝ้าวนเวียนอยู่ในหัวใจมาได้ซักระยะแล้ว
นี่เรารักกันเหรอ?? หรือเธอรักเราฝ่ายเดียว หรือว่าเป็นเรา
ที่เป็นฝ่ายกำลังจะหลงรักเธอกันนะ?? ใครรักใคร??
หรือไม่ก็..เราไม่ได้รักกัน ไม่ใครรักกัน
ไม่มีความรักจริงๆบนโลกใบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็แค่เรื่องหลอกลวง
เป็นเพียงภาพลวงตา เป็นแค่ความฝัน
ความดี เอาชนะทุกอย่างได้จริงๆน่ะเหรอ???
ไม่รู้สินะ อาจดูเหมือนเป็นแค่อะไรก็ไม่รู้
มันเหมือนว่าเป็นวันแห่งอาการเพ้อจริงๆ
ไม่รู้สิ ฝนตกทีไรก็อาการหนักทุกทีล่ะมั้งเรา ~
ฝนตก จิตใจก็วนเวียนคิดถึงใครคนนึง
ผู้ชายนอกสายตา ที่ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเรา เพื่อเรา!!!
โทรหาทุกวัน อยู่เป็นเพื่อนคุย คอยปลอบใจ ดูแล
ทำทุกอย่างให้เท่าที่ทำได้ พาข้ามถนน เลี้ยงข้าว
เป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ชาย หรืออาจเป็นพ่อ(ในบางครั้ง)
พออยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกอบอุ่นที่หัวใจได้อย่างที่ไม่เคยรู้สึกกะใคร
มาก่อนเลยจริงๆ ทำไมกันนะ ความรู้สึกแบบนี้
คืออะไรกันนะ มันยังไงกันนะ สับสน!!!
นึกถึง โจ๊กหมูมื้อนึง คนบางคนอุตส่าห์เดินไปซื้อมาให้
เพียงเพราะไม่อยากให้เด็กคนนึงต้องอดข้าว
ต้องมานั่งเขี่ยใบต้นหอมออกให้ เพราะเราไม่กิน
เราปวดหัว ก็เอายาดมมาให้ดม เราเดินเซๆ
ก็ประคองเราไว้ ขอทีได้มั้ย? อย่าทำแบบนี้อีกเลย
เพราะมันจะทำให้เราเคยตัว เธอทำราวกับว่า
เราเป็นเจ้าหญิงน้อยๆของเธอ ดูแลเราราวกับเธอเป็น
องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ ทำไมเธอถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ
มันจะผิดมั้ยนะ มันจะดูไม่สมควรรึเปล่านะ
ถ้าเราจะหลงรักคนอย่างเธอ ถ้าเราจะรับรักผู้ชาย
ที่มีแต่หัวใจของชายหนุ่มองครักษ์อย่างเธอ
ยิ่งเรามองหน้าเธอ เราก็ยิ่งรู้สึก รู้สึกถึงความอบอุ่น
ที่มาจากเธอ ที่มันเหมือนแทรกอยู่ทุกอณูในความเป็นเธอ
นี่เรากำลังหลงรักเธอใช่มั้ย???
ฝนตกตอนบ่ายแก่ๆ ทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำดีจังเลย
ฟ้าหลังฝน มันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง - - สวยงามเสมอ !!!
ยิ่งรู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่เคียงข้างอย่างนี้
- - ก็ไม่ต้องการอะไรในโลกอีกแล้ว
~ ขอเธออย่าเพิ่งหมดรักเราเร็วนักล่ะ
เพราะเราสงสัยแล้วว่า เรากำลังอาจจะรักเธอแล้ว
อย่าเพิ่งเลิกรักเราซะล่ะ เดี๋ยวเราจะต้องเสียใจอีกครั้ง
ขอเถอะนะ อย่าหลอกเรา ได้โปรด จริงใจกะเราเถอะนะ
แล้วเรา จะให้หัวใจรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
กับเธอเอง รอเราก่อนนะ องครักษ์แสนดี ~
เชื่อเถอะนะ รอหน่อยเถอะนะ ซักวัน ... เราต้องรักเธออย่างแน่นอน ~~
|
||||
|
|